ออกกำลังกายไปเพื่ออะไร

ค้นพบเหตุผลของการออกกำลังกาย ที่ไม่ใช่เพียงการเผาผลาญพลังงาน และลดน้ำหนัก การออกกำลังได้รับการยอมรับทั่วโลกแล้วว่า เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาความแข็งแรงระดับเซลล์ภายใน สร้างสุขภาพดีเยี่ยมให้กับเราไปได้เสมอ

ออกกำลังกายไปเพื่ออะไร

เคลื่อนไหวร่างกายให้เพียงพอ: กุญแจสู่สุขภาพดีขั้นสุด

ทุกขณะที่เราเคลื่อนไหว ในร่างกายจะมีการส่งสัญญาณกระตุ้นเชิงชีวภาพ ไปในหลายๆ ส่วนของร่างกายให้ทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นๆ ไม่ใช่เป็นการเผาผลาญแคลอรี่เท่านั้น

หากเราสร้างโอกาสให้ตัวเองเคลื่อนไหวร่างกายอย่างถูกวิธี เพื่อเป้าหมายสุขภาพที่เราต้องการ การเคลื่อนไหวเป็นกิจกรรมที่มีศักยภาพอย่างมาก ที่จะช่วยให้เราพัฒนาระดับพลังงาน ความรู้สึก ระบบเผาผลาญ ความจำ และที่สำคัญช่วงเวลา Extended Healthspan ที่ยาวนานได้มากๆ

วิวัฒนาการของร่างกายมนุษย์

บรรพบุรุษของเราไม่ได้ออกกำลังกายในยิม แต่พวกเค้าใช้ชีวิตที่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหนักอยู่เสมอ เพื่อหาอาหาร ทำกิจกรรมมากมายในชีวิต เตรียมความพร้อมให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ

วิวัฒนาการของร่างกายมนุษย์จึงเรียกได้ว่า ถูกออกแบบและพัฒนามาให้เคลื่อนไหว และใช้พลังงานเยอะมากในแต่ละวัน

ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช้เวลา 8-12 ช.ม. ไปกับการนั่งทำสิ่งต่างๆ โดยใช้เวลาเพียงราวๆ 1 ชม. เพื่อเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย

ในทุกๆ วันที่เราไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายมากพอ มีความเสียหายในร่างกายที่เกิดขึ้นทีละนิดๆ

"เป้าหมายของการเคลื่อนไหวไม่ใช่เพียงออกกำลังกาย แต่เป็นการรักษาระดับการใช้งานร่างกายทางชีวภาพ*"

ชีวภาพร่างกายจากการเคลื่อนไหวออกกำลังกาย

กล้ามเนื้อของคนเรานั้นไม่ใช่เพียงเปลือกหุ้มที่แสดงพละกำลัง

แต่เป็นอวัยวะที่มีระบบเผาผลาญ เพื่อสร้าง, ซ่อมแซม และกำจัดของเสียในตัวมันเอง

ชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า metabolic organs

ทำความรู้จักกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อประกอบด้วยเส้นใยกล้ามเนื้อเป็นพันๆ ผสานเข้าด้วยกันจำนวนมากเหมือนเนื้อผ้าช่วยในการเคลื่อนไหว ปกป้องร่างกายภายใน และปรับโครงสร้างให้ทำงานตามที่เราต้องการ ตัวอย่างเช่น

  • ทำการหดตัวเพื่อดึงส่วนต่างๆ เวลาที่เราเคลื่อนไหว
  • เก็บสะสมกูลโคสเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานพร้อมใช้
  • ปกป้องกระดูก ข้อต่อและอวัยวะภายใน
  • สื่อสารกับสมองและระบบภูมิคุ้มกันผ่านฮอร์โมน myokines

ฮอร์โมนปุ๋ยสมอง Myokines

เวลาที่เราออกกำลังให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวของไฟเบอร์กล้ามเนื้อ จะกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสารฮอร์โมนชื่อ myokines เข้าสู่กระแสเลือดเพื่อให้ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซมให้แข็งแรงขึ้น

เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เรียนรู้ฟื้นฟูสมอง และร่างกายแข็งแรง อาทิเช่น

  • ลดการอักเสบในร่างกาย
  • เพิ่มการตอบสนองต่อ insulin ที่ช่วยในการย่อยสลายน้ำตาลและไขมันมาเป็นพลังงาน
  • เร่งอัตราการเกิดของ BDNF หรือ neurotrophins เปรียบเสมือนปุ๋ยของสมองคนเรา เป็นโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในการเกิดใหม่, เชื่อมโยง และป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง หรือ neuron
  • สร้างสมดุลให้กับเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้ดี และเพิ่มจำนวนภูมิคุ้มกันให้กับเราด้วย

นี่เป็นเหตุผลที่การเคลื่อนไหวร่างกายและกระตุ้นกล้ามเนื้อไฟเบอร์ไม่ใช่เพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นยาป้องกันชั้นดีและทำให้เซลล์ทั่วร่างกายแข็งแรง

โรงพลังงานในเซลล์ หรือ Mitochondria

Mitochondria เปรียบได้กับโรงพลังงานที่อยู่ในแทบทุกเซลล์ในร่างกายของเรา

มีหน้าที่หลักในการสร้างพลังงานโมเลกุลชื่อ ATP (adenosine triphosphate) จากกลูโคส, กรดไขมัน และกรดอะมิโนโปรตีนที่ส่งมาจากกระแสเลือดเข้ามาที่โรงพลังงาน

แต่ละเซลล์ในร่างกาย มีโรงงานตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายๆ พันขึ้นไป โดยเฉพาะ อวัยวะที่ใช้พลังงานมาก เช่น สมอง, หัวใจ, กล้ามเนื้อ, และตับ เป็นต้น

กล้ามเนื้อที่มาก บ่งบอกถึงจำนวนของโรงพลังงานที่มาก นี่เป็นเหตุผลว่า เพราะอะไรคนที่ออกกำลังจะดูเหมือนมีพลังเหลือล้นกว่า คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เพราะ พวกเค้ามีโรงพลังงานมากกว่าจริงๆ

นอกจากนี้จำนวนโรงพลังงานที่น้อยและทำงานได้ไม่ดี ยังเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยล้าอ่อนแรง, โรคสมองเสื่อม, โรคอ้วน และโรคประจำตัวอื่นๆ อีกมาก เพราะ

  • ร่างกายไม่สามารถแปลงกลูโคส, ไขมันและกรดอะมิโนไปเป็นพลังงานได้มากพอ
  • ทำให้เกิดการสะสมไขมันตามร่างกาย และอาการดื้ออินซูลิน
  • เมื่อมีพลังงานในการออกกำลังกายและเคลื่อนไหวได้น้อย ทำให้ระบบเลือดไหวเวียนไม่ดี และร่างกายไม่ผลิตฮอร์โมน myokines ที่ไปสร้างรักษาและช่วยการเชื่อมโยงเซลล์สมองให้แข็งแรง
  • เมื่อแต่ละวันใช้พลังงานน้อย ก็ส่งผลกับ sleep drive ทำให้นอนหลับยากขึ้น

การออกกำลังกายจะกระตุ้นการเกิดใหม่ของ mitochondria เรียกกระบวนการนี้ว่า mitochondrial biogenesis

ยิ่งมีกล้ามเนื้อมากขึ้น ก็ยิ่งมีโรงงานพลังงานมากขึ้นทั่วร่างกาย

Mitochondria มากขึ้น = พลังงาน, ความสามารถในการปรับตัวของร่างกายและความคิด, และห่างไกลโรคประจำตัวต่างๆ มากขึ้น

ศาสตร์การเพิ่มกล้ามเนื้อ

การสร้างมวลกล้ามเนื้อเปรียบได้กับการสร้างตกแต่งห้อง หรือจุดต่างๆ ในบ้าน โดยการทุบรื้อจุดที่ต้องการแล้วสร้างใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  1. ฝึกแรงต้านให้เส้นใยกล้ามเนื้อหดตัวจนเกิด stress signal ที่ทำให้เส้นใยมีการฉีกขาดระดับนึง และหลั่งสารสื่อประสาทที่บอกให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างซ่อมแซมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงกว่าเดิม
  2. ร่างกายใช้กรดอะมิโนเพื่อสร้างซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายขึ้นมาใหม่ เรียกกระบวนการนี้ว่า “Muscle Protein Synthesis (MPS)” ซึ่งใช้ระยะเวลาถึง 24-48 ชม.
  3. ระหว่างที่เรานอนหลับลึกร่างกายสานต่อกระบวนการซ่อมแซม และสร้างกล้ามเนื้อใหม่ให้แข็งแรงสมบูรณ์

ดังนั้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อจากการฝึกแรงต้าน มี 3 ปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญ

  • ค่อยๆ เพิ่มแรงต้านในแต่ละครั้ง แต่ไม่มากเกินไป เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้
  • ทานอาหารที่เน้นโปรตีน 30-40 กรัม เพื่อเป็นวัตถุดิบในกระบวนการซ่อมแซม โดยทานช่วงก่อนฝึกแรงต้าน 2-3 ชม. หากต้องใช้เวลาย่อย หรือ หลังฝึกทันทีหากย่อยง่ายๆ เช่น ไข่ หริอโปรตีนเวย์
  • เตรียมตัวสำหรับการนอนหลับให้ลึก เพื่อให้ร่างกายหลัง growth hormone อย่างเพียงพอ ป้องกันไม่ให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่กำลังสร้างซ่อมแซมสูญสลายจากกระบวนการที่ไม่สมบูรณ์

Sarcopenia ภาวะกล้ามเนื้อน้อย

ภาวะที่ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้นๆ

ในยุคก่อนการออกกำลังแบบแรงต้าน ยังไม่เป็นนิยมมากนัก เพราะ คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกและพละกำลังที่แข็งแรง

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ได้พบแล้วว่า ประโยชน์ของกล้ามเนื้อต่อสุขภาพนั้น เป็นสิ่งที่ชีวภาพร่างกายเราจำเป็นต้องสร้างและรักษาไว้อยู่เสมอ

กล้ามเนี้อที่แข็งแรง ช่วยสร้างการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง ความสามารถของร่างกายในการใช้กลูโคสและไขมันเป็นพลังงาน ไม่เกิดการสะสมไขมัน อีกทั้งเสริมสร้างเซลล์สมองและภูมิคุ้มกัน

หากเราไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อ หรือฝึกแรงต้านเลย ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อลงไปประมาณ 1% ในแต่ละปี และมีแนวโน้มที่จะสูญเสียในอัตราที่เพิ่มขึ้น เมื่อไม่ได้สร้างเสริมกล้ามเนื้อเลยเป็นเวลานาน

ผลสำรวจเชิงสถิติใน U.S.A. ถึงการออกกำลังแบบแรงต้านพบว่า

  • การออกกำลังแบบแรงต้าน 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ลดอัตราของทุกสาเหตุการตาย ถึง 23-30%
  • ความแข็งแรงของมือและข้อมือ (Grip strength) เป็นหนึ่งในตัวคาดการณ์ของแนวโน้มสภาวะสมองเสื่อม
  • มวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยป้องกันการดื้อ insulin และความผิดปกติของระบบเผาผลาญในร่างกาย

ทีนี้เรามาดูกันว่ารูปแบบวิธีการเคลื่อนไหวออกกำลังกาย มีประเภทไหนบ้าง

ออกกำลังกาย 4 ประเภท เพื่อสุขภาพดีเยี่ยม

1) Cardio Exercise

ออกกำลังกายให้มีการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นกว่าปกติ ต่อเนื่อง 30-60 นาทีในแต่ละครั้ง
ตัวอย่าง การเดินไวๆ, การวิ่ง, ว่ายน้ำ, เต้น, HIIT, กีฬาที่ต้องเคลื่อนตัวตลอด

สัดส่วนการออกกำลังกาย

  • 80% โซน 2 ระดับความเข้มข้นต่ำ ถึง ปานกลาง หรือประมาณ 150-300 นาทีต่อสัปดาห์
  • 20% โซน 3 ระดับความเข้มข้นสูง หรือประมาณ 30-60 นาทีต่อสัปดาห์

ประโยชน์ด้านสุขภาพ

  • เสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด ทำให้เลือดเต็มไปด้วยออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกายมากขึ้น โดยเฉพาะสมอง ดีมากๆ ในช่วงที่ต้องทำงานที่ใช้สมาธิและความคิดวิเคราะห์สูง
  • เพิ่ม VO2 Max ปริมาณออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายสามารถใช้ได้ระหว่างการออกกำลังกาย บ่งบอกความทนทานของร่างกายต่อสภาวะที่ต้องใช้กำลังนานๆ
  • การออกกำลังกายที่ความเข้มข้นสูงช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานในระดับสูง และช่วยให้ร่างกายเกิดสถานะ EPOC (Excess Post-Exercise Oxygen Consumption) ส่งผลให้ร่างเผาผลาญไขมันต่อเนื่องไปอีกระยะ

2) Resistance Exercise

ออกกำลังกายฝึกแรงต้าน โดยใช้น้ำหนักจากร่างกายเราเอง, ยางยืด, ดัมเบล, ลูกตุ้มน้ำหนัก หรือเครื่องในยิม
ตัวอย่าง การฝึกด้วยท่า squat, push up, deadlift, sit up, การโหนบาร์, การเล่นเครื่องที่สร้างแรงต้านในยิม

สัดส่วนการออกกำลังกาย

  • สำหรับผู้เริ่มต้น ฝึกสัปดาห์ละ 2 ครั้งๆ ละ 30-60 นาที โดยฝึกท่าละ 4 เซทๆ ละ 12 ครั้ง
  • สำหรับผู้ฝึกมาเกิน 2 เดือน ฝึกสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
  • ฝึกส่วนบนและส่วนล่างร่างกาย สลับกันไปในแต่ละครั้ง
  • หรือเล่นทั้งส่วนบนและส่วนล่างในแต่ละครั้งเลย หากมีเวลาฝึกได้ไม่กี่วันต่อสัปดาห์

ประโยชน์ด้านสุขภาพ

  • สร้างมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ซึ่งช่วยเพิ่มระดับพลังงานให้ล้นเหลือ
  • เพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันและกลูโคส ช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นอยู่เสมอ
  • ทำให้จิตใจและอารมณ์ดี จากสาร endorphin ที่หลั่งตอนออกกำลังกาย และกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
  • เสริมประสิทธิภาพระบบภายในร่างกายทั้ง เซลล์สมอง, ภูมิคุ้มกัน, นอนหลับง่ายและลึก
  • ช่วยยืดความยาวของเทโลเมียร์ ที่อยู่ปลายโครโมโซม ส่งผลให้เซลล์ในร่างกายฟื้นฟู และรักษาตัวเองได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพของเซลล์ เช่น โรคมะเร็งและโรคอัลไซเมอร์
  • เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ลดความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน และป้องกันการแตกหักของกระดูกในระยะยาว

3) Flexibility Exercise

ฝึกเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อและกล้ามเนื้อ
ตัวอย่าง โยคะ, ไทชิ, foam rolling, ท่ายืดคลายกล้ามเนื้อ

สัดส่วนการออกกำลังกาย

  • 3-7 วันต่อสัปดาห์ในแบบที่ไม่หนักเกินไป

ประโยชน์ด้านสุขภาพ

  • ช่วยให้เราเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องตัว และทรงตัวได้ดี
  • ลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
  • ช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อ และข้อต่อดีขึ้น ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
  • รู้สึกสงบผ่อนคลายและลดความเครียด

4) Balance Exercise

ฝึกความสมดุลทรงตัวของร่างกาย
ตัวอย่าง การยืนขาข้างเดียว, การเดินเรียงเส้นตรง, การฝึกยกเข่า

สัดส่วนการออกกำลังกาย

  • 2-3 วันต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องนั่งนานๆ หรือคนที่กล้ามเนื้อลดน้อยลงจากการไม่ได้ใช้งาน
  • ยืนขาเดียวให้ได้อย่างน้อย 30 วินาที

ประโยชน์ด้านสุขภาพ

  • เสริมความสามารถในการทรงตัว มีก้าวเดินที่มั่นคง
  • ลดความเสี่ยงในการหกล้ม
  • เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา แกนกลางลำตัว และกล้ามเนื้อข้อต่อ

สรุปท้ายบท

กล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยให้เรามีพลังงานแรงเหลือล้นในทุกๆ วัน พร้อมกับทุกกิจกรรม

มวลกล้ามเนื้อที่มาก บ่งบอกถึง ความสามารถของร่างกายในการแปลงกลูโคส, ไขมันและกรดอะมิโนไปเป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายไม่สะสมไขมันและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ

การออกกำลังแรงต้านยังช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน myokines ที่ช่วยสร้างเสริมเซลล์สมองและภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นในระยะยาว ช่วยด้านสภาพจิตใจและอารมณ์ตั้งแต่ตอนออกกำลังกายเคลื่อนไหว ร่างกายจะหลั่งสาร endorphin ที่ทำให้เรารู้สึกดี

เมื่อมีร่างกายที่ดีแข็งแรง ระยะยาวยังช่วยเสริมความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆ และการเข้าสังคมในทุกช่วงวัย

เพราะฉะนั้นเรามาให้ความสำคัญกับการสร้างมวลกล้ามเนื้อให้กับร่างกายของเราและคนที่เรารักกันเถอะ 💝

แหล่งอ้างอิงศึกษาต่อยอด เพิ่มเติม

หนังสือ

  • Forever Strong - Dr. Gabrielle Lyon
  • Longevity By Design - นายแพทย์นรินทร สุรสินธน
  • The Telomere Effect - Elizabeth Blackburn and Elissa Epel

คอร์สเรียน

  • Mindvalley - 10X by Ronan Diego de Oliveira

Read more

ชวนกินไขมัน ให้เซลล์ทั่วร่างแข็งแรง

ชวนกินไขมัน ให้เซลล์ทั่วร่างแข็งแรง

เลือกทานไขมันยังไง ให้เซลล์ทั่วร่างกายแข็งแรง ระบบดีจากภายในร่างกาย สดใสแข็งแรงออกมาภายนอก บทความนี้จะทำให้คุณทานอาหารได้อร่อยมากขึ้น พร้อมได้สุขภาพที่ดีเยี่ยม

By Lauv
กินดี จริงๆ แล้ว กินยังไง

กินดี จริงๆ แล้ว กินยังไง

“You are what you eat” นั้นเป็นประโยคที่ใช่เลย เพราะ การกินให้ได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เป็นพื้นฐานสำคัญ ในการสร้างสุขภาพที่ดีจากภายใน ออกมาภายนอก ให้เรามีพลังงานและความแข็งแรง

By Lauv
คืนนี้ นอนดี ไม่นอนดี

คืนนี้ นอนดี ไม่นอนดี

เมื่อคืนคุณนอนดีแล้วหรือยัง แล้วจริงๆ แล้ว นอกจากนอนให้หายง่วงแล้ว มันมีประโยชน์ขนาดที่เราต้องนอน 1 ใน 3 ของชีวิตเราเลยจริงๆ เหรอ คุณจะได้คำตอบจากบทความนี้

By Lauv